วันนี้ตอนเที่ยงๆ ขณะกำลังเถียงกับแมวน้ำว่า “จะกินอะไรกันดี”
ก็ได้ยินเสียงตะโกนล้งเล้ง
แมวน้ำที่หูดี๊ดีก็จับใจความจากเสียงตะโกนได้ว่ามีไฟไหม้เพราะมีคนตะโกนว่า
“จะพังห้องกับหาอะไรมาตัด” เลยต้องรีบแต่งตัวแล้วออกไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น
คุณแม่บ้านที่กำลังวิ่งวุ่นก็เล่าให้ฟังว่า ห้องข้างบนชั้น 3
มีควันออกมาเจ้าของห้องไม่อยู่ ตอนนั้นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ก็ตามตัวไม่ได้
คุณแม่บ้านเลยไปเรียนคนจากโรงเรียนมุสลิมใกล้ๆ นักเรียนที่นั่น
(ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น) ก็รีบแบกถังดับเพลิง, กาละมัง, ถังน้ำ ฯลฯ มาช่วยกันใหญ่
(เห็นความสามัคคีสุดๆ )
เนื่องจากเราไม่รู้จะช่วยอะไรเพราะถังดับเพลิงก็ไม่มีอยู่ไปก็เกะกะเลยออกมาสังเกตการณ์ข้างนอกเห็นควันพุ่งจากห้องเกิดเหตุ
ไทยมุงข้างนอกก็คุยกันเรื่องเหตุการณ์นี้ มีคนนึงพูดขึ้นมาว่า
“เห็นแบกกาละมังมาแต่ไม่มีน้ำแล้วจะไปเอาน้ำมาไหนน่ะ” เราก็เออเนอะ...
มีแต่คนเอากาละมังเปล่ามากะจะมาต่อก๊อกแถวนี้เหรอ คงตลกดี - -“
หลังจากนั้นอีกไม่ถึง 10 นาทีก็มีเสียงตะโกนต่อๆ กันว่าไฟดับหมดแล้ว
ควันยังคงลอยคลุ้งเต็มทางเดิน เราก็เลยเดินอ้อมไปคุยกับป้าร้านซักรีดชั้นล่าง
ป้าเขาเล่าว่าห้องเกิดเหตุเขาขายเสื้อผ้า ตอนไฟไหม้นี่เขาเพิ่งออกจากห้องแค่ 10
นาทีเอง ไปๆ มาๆ ก็ได้รู้ว่าเจ้าของห้องเขาเสียบเตารีดทิ้งไว้มันคงช็อตเลยไฟไหม้
ตอนเขาออกไปข้างนอกดันคล้องแม่กุญแจล็อกห้องไว้ด้วย (เป็นที่มาของเสียงตะโกนว่า
“หาอะไรมาตัด” ในตอนต้นนี่เอง)
ตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อกับเจ้าของห้องได้เลย ตำรวจกับหน่วยกู้ภัยมากันเพียบ
โชคดีที่ไฟยังไม่ลามไปห้องอื่นไม่งั้นกระเบนราหูกับแมวน้ำคงต้องกลายเป็นเด็กเร่รอนแน่ๆ
เหอๆๆ
เลยตัดสินใจแล้วว่ากั๊กเงินไว้ซื้อ HD external ไว้ซักตัวดีกว่า
มีอะไรเกิดขึ้นก็จะได้หนีบแค่ HD กับเอกสารสำคัญหนีก็พอ
(ตอนเกิดเหตุแมวน้ำเห็นฝรั่งคนหนึ่งในที่พักเขารู้ว่าไฟไหม้ปุ๊บก็หนีบโน้ตบุ๊คตัวเดียวใส่เสื้อยืดเกงขาสั้นหนีเลย
พอเรื่องสงบค่อยกลับมา โอ้ว..จ๊าบจริงๆ... - -“)
เรื่องตื่นเต้นของแมวน้ำกับเจ้าของก็จบลงเพียงเท่านี้แหล่ะ เอวัง....
ปล. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าเสียบเตารีดทิ้งไว้เด็ดขาด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น